ตัวท็อปทั้งนั้น : ทำไมนักเตะดัตช์มักมีเชื้อสายซูรินามแต่ไม่ค่อยเล่นให้ทีมชาติซูรินาม?

รุด กุลลิต, แฟรงก์ ไรจ์การ์ด, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, แพทริก ไคลเวิร์ต, จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ และอีกหลายคน คือนักเตะคนสำคัญของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่มีเชื้อสายซูรินาม

พวกเขาลงเล่นรับใช้ทัพอัศวินสีส้ม ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จและกลายเป็นทีมแถวหน้าของยุโรป แต่กลับกัน อีกสัญชาติของพวกเขาล่ะ ทำไมจึงไม่มีใครเล่นให้ทีมชาติซูรินามบ้าง?

เรื่องนี้มีที่มา จากอดีตจนถึงการเปลี่ยนแปลง ณ ปัจจุบันของทีมชาติซูรินามเป็นเช่นไรบ้าง?

ติดตามได้ที่นี่..

การอพยพที่ปฏิวัติฟุตบอลดัตช์

ซูรินาม เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ พวกเขาเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในทวีปและมีประชากรราว 5 แสนคนเท่านั้น

ซูรินาม มีวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่คล้ายคลึงกับชาติในแถบทะเลแคริบเบียนที่สร้างรายได้เข้าประเทศจากการทำประมงและผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว กล้วย น้ำตาล แต่สินค้าส่งออกที่โด่งดังที่สุดของพวกเขาอีกอย่างก็คือ “นักฟุตบอล”

รุด กุลลิต, แฟรงก์ ไรจ์การ์ด, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, แพทริก ไคลเวิร์ต, จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ รวมถึงนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกมากมายหลายชื่อ พวกเขาเหล่านี้ต่างมีเชื้อสายซูรินามทั้งสิ้น ประเทศที่อยู่ในแถบแคริเบียนไปเกี่ยวข้องและมีอิทธิพลกับฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ได้อย่างไร?

เรื่องดังกล่าวต้องย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งซูรินามตกเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์” ถูกใช้เป็นสถานที่เพาะปลูกและจัดหาสินค้าเข้าสู่เมืองใหญ่ แน่นอนว่าในยุคนั้นยังเป็นยุคค้าทาส ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ชาวดัตช์ที่มีอำนาจได้ซื้อตัวทาสจากทวีปแอฟริกาไปเพื่อใช้ในการเพาะปลูก ทำงานเกษตร และอุตสาหกรรมต่างๆ

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่ทาสชาวแอฟริกันเท่านั้น เพราะเมื่อถึงวันที่งานมากกว่าคน ชาวดัตช์ได้เปลี่ยนประชากรท้องถิ่นชาวซูรินามให้เป็นทาสที่งานส่วนใหญ่คือการทำงานในไร่นาและถูกปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยม มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดความเกลียดชังที่ฝังรากกันมาตั้งแต่ยุคนั้น

ซูรินามต้องอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์นานกว่า 300 ปี กระทั่งได้รับอิสรภาพกลายเป็นประเทศเอกราชที่ปกครองด้วยตนเองในปี 1975 แม้จะยังมีขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นชาวดัตช์แฝงอยู่ก็ตาม

การถูกกดขี่มากว่า 300 ปี ส่งผลให้ต่อให้ซูรินามจะกลายเป็นประเทศอิสระ แต่ชาวซูรินามก็ไม่สามารถหาทางลืมตาอ้าปากในประเทศของตัวเองได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวซูรินามเริ่มอพยพไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน บางกลุ่มไปที่สหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาที่อยู่ในทวีปเดียวกัน และบางกลุ่มก็ได้ย้ายไปยัง เนเธอร์แลนด์ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนักเตะดัตช์หลายคนจึงมีเชื้อสายซูรินาม โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะแถวหน้าที่กลายเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมประสบความสำเร็จจนกลายเป็นทีมแถวหน้าในยุโรป

รุด กุลลิต, แฟรงก์ ไรจ์การ์ด, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, แพทริก ไคลเวิร์ต, จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง รายชื่อเหล่านี้คือนักเตะดัตช์เชื้อสายซูรินามฝีเท้าดีทั้งสิ้น

พวกเขาทั้งหมดเลือกเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ตามที่หลายคนรู้กัน แต่คำถามคือทำไมไม่มีใครสักคนที่เลือกเล่นให้กับทีมชาติซูรินามที่เป็นอีกสัญชาติของพวกเขาบ้างล่ะ? เรื่องนี้มีที่มา..

บอลไม่เน้น เน้นศักดิ์ศรี

มันมีสาเหตุที่ซูรินามไม่ได้เลือกใช้นักเตะ 2 สัญชาติติดทีมชาติเลยในช่วงแรกเริ่มของการก่อตั้งทีมชาติ เรื่องนี้เข้าใจได้ง่ายๆ เพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงของพวกเขาเอง

การเป็นประเทศราชของเนเธอร์แลนด์ในยุคล่าอาณานิคมนั้น สำหรับชาวซูรินาม ถือเป็นประสบการณ์การถูกกดขี่ที่ขมขื่นสำหรับพวกเขา ดังนั้น รัฐบาลซูรินามจึงได้ตัดสินใจว่านักเตะที่ย้ายไปเล่นฟุตบอลที่เนเธอร์แลนด์หรือถือครองสองสัญชาติจะไม่มีสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกทีมชาติซูรินาม

เรื่องนี้มันอาจจะเป็นการตัดกำลังตัวเองไปในตัว เพราะซูรินามเองก็ไม่ได้มีลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่ง พวกเขามีลีกฟุตบอลในประเทศก็จริง แต่มีเพียงพีระมิดเดียว มีการแข่งขันน้อย เช่นเดียวกับอัตราค่าจ้างและการลงทุนของของทีมต่างๆในประเทศ ทำให้นักเตะสัญชาติซูรินามที่ไม่ได้เล่นและเติบโตในเนเธอร์แลนด์เป็นนักเตะที่ยังมีคุณภาพน้อยเป็นเงาตามตัว

ขณะเดียวกัน นักเตะซูรินามที่เป็นดาวรุ่งฝีเท้าดีที่มีแววจะกลายเป็นนักเตะที่ดีในอนาคต พวกเขาก็มองข้ามการเล่นในลีกฟุตบอลในประเทศไปด้วย เนื่องจากการไปเล่นในเนเธอร์แลนด์นั้นมอบโอกาสกับชีวิตให้พวกเขาได้มากกว่า เช่น รุด กุลลิต กับ เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ซึ่งเกิดที่ซูรินาม พวกเขาก็มุ่งตรงไปยังเนเธอร์แลนด์เพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่า โดยทิ้งโอกาสการเล่นให้ทีมชาติซูรินามไปแบบไม่มีอะไรต้องเสียดายนัก

การมุ่งหน้าสู่เนเธอร์แลนด์เปรียบเสมือนวิกฤตสมองไหลของฟุตบอลทีมชาติซูรินาม แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะทางเลือกในการไปยังเนเธอร์แลนด์นั้นมีโอกาสเติบโตกว่ามาก เมื่อหันกลับมามองที่ซูรินาม รัฐบาลของพวกเขาก็ดูจะไม่สนใจและยึดมั่นคำเดิมเสมอไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาเลือกแต่นักเตะที่อยากจะเล่นให้ซูรินามจริงๆเท่านั้น ใครที่ย้ายไปเนเธอร์แลนด์และไม่สนใจการติดทีมชาติซูรินาม พวกเขาก็ไม่เคยง้อและเรียกร้องให้กลับมาติดทีมชาติใดๆทั้งสิ้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฟุตบอลทีมชาติซูรินามซบเซามาอย่างยาวนาน

จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมาบังเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมชาติซูรินามเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ส่งจดหมายเชิญนักเตะสัญชาติซูรินามที่เล่นในเนเธอร์แลนด์และทั่วยุโรปให้กลับมาติดทีมชาติซูรินาม

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากชายที่มีชื่อว่า จอห์น คริชห์นาดัท (John Krishnadath) ผู้ปฏิวัติทีมชาติซูรินามสู่ทีมยุคใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยนักเตะสองสัญชาตินั่นเอง